18/09/2026 21:29
เกิดอะไรขึ้นกับโครงการนี้ ผ่านการตรวจสอบจากใครบ้าง อะไรได้รับการแก้ไขแล้ว และอะไรยังไม่มีคำตอบ
วันนี้ผมจะเล่าให้ฟังตั้งแต่ต้นครับ
วันที่ 15 กันยายนนี้ สภากรุงเทพมหานครจะพิจารณาร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ในวาระที่ 2 และ 3
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่สังคมกำลังจับตามอง คือโครงการเช่ารถเก็บขนมูลฝอยพลังงานไฟฟ้า หรือ “รถขยะ EV” จำนวน 3 โครงการ วงเงินผูกพันรวม 6,038 ล้านบาท ซึ่งมีการสงวนความเห็นเพื่อนำกลับมาพิจารณาในที่ประชุมสภากรุงเทพมหานคร
คำว่า “ไม่สะอาด” ในที่นี้ ไม่ใช่ข้อกล่าวหาว่าบุคคลหรือหน่วยงานใดกระทำผิด แต่หมายถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับ TOR ราคา สมรรถนะ และความคุ้มค่า ซึ่งทุกฝ่ายมีหน้าที่ทำให้ชัดเจน โปร่งใส และตรวจสอบได้
เรื่องนี้จึงไม่ควรถูกทำให้เหลือเพียงคำถามว่า “สนับสนุนหรือคัดค้านรถขยะ EV”
เพราะเบื้องหลังโครงการมีทั้งข้อสังเกตจาก ป.ป.ช. การปรับปรุงรายละเอียดโครงการ การตั้งคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการ การพิจารณาร่วมกับหน่วยงานระดับประเทศ การทดสอบสมรรถนะรถ การเตรียมสถานีชาร์จ กลไกข้อตกลงคุณธรรม ตลอดจนคำถามเรื่องราคาและความคุ้มค่าตลอดอายุสัญญา
ก่อนตัดสินใจว่าโครงการควรเดินหน้าหรือควรถูกตัด ประชาชนจึงควรได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วนว่า
โครงการนี้เริ่มต้นอย่างไร
ถูกทักท้วงเรื่องอะไร
ผ่านการแก้ไขและตรวจสอบมาแล้วเพียงใด
วันนี้ยังเหลือปัญหาอะไร
และหากไม่เดินหน้าโครงการ กรุงเทพมหานครมีทางเลือกอื่นอย่างไร
ภาพที่ทุกท่านเห็นไม่ใช่รถต้นแบบในงานแสดงสินค้า แต่เป็นรถเก็บขยะไฟฟ้าที่นำมาใช้งานจริงในพื้นที่ของ Westminster City Council กรุงลอนดอน ซึ่งผมได้มีโอกาสไปประชุมกับผู้รับผิดชอบโดยตรงเมื่อปีก่อน
สิ่งที่ผมเห็นทำให้เข้าใจชัดเจนว่า การเปลี่ยนผ่านจากรถดีเซลไปสู่รถไฟฟ้าไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนรถ แต่เป็นการออกแบบ “ทั้งระบบ”
ผมจะกลับมาเล่าบทเรียนจาก Westminster ในช่วงต่อไป แต่ก่อนอื่น ผมขอย้อนกลับมาที่กรุงเทพมหานครก่อนครับ
.
1. จุดเริ่มต้นของคำถาม > ป.ป.ช. ทักท้วงอะไร
ก่อนหน้านี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ได้มีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะต่อโครงการจัดหารถเก็บขนมูลฝอยพลังงานไฟฟ้าของกรุงเทพมหานคร
ข้อสังเกตไม่ได้มีเพียงเรื่องราคา แต่ครอบคลุมทั้งความพร้อมของเทคโนโลยี สมรรถนะของรถ รายละเอียด TOR การบริหารความเสี่ยง ความพร้อมของสถานีชาร์จ และความคุ้มค่าของโครงการ
ประเด็นสำคัญ ได้แก่
- การทดสอบรถในสภาพการใช้งานจริง
- ความเหมาะสมของกำลังมอเตอร์และขนาดแบตเตอรี่
- ประสิทธิภาพของระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่ หรือ BMS
- การใช้พลังงานของระบบไฮดรอลิก ระบบยก และระบบบดอัด
- ระยะทางและระยะเวลาที่รถสามารถปฏิบัติงานได้ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
- ความสามารถในการทำงานเมื่อบรรทุกเต็มพิกัด
- ความเหมาะสมกับเส้นทางและรอบเก็บขยะของแต่ละพื้นที่
- ความพร้อมของสถานีอัดประจุไฟฟ้า
- แผนบริหารโครงการและแผนบริหารความเสี่ยง
- ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและเปลี่ยนแบตเตอรี่
- ตลอดจนการประเมินความคุ้มค่าตลอดอายุโครงการ
ข้อสังเกตเหล่านี้มีเหตุผล เพราะรถขยะไม่ใช่รถยนต์ไฟฟ้าทั่วไป
รถขยะต้องหยุดและออกตัวตลอดเส้นทาง ต้องบรรทุกน้ำหนัก ใช้ระบบยกและบดอัดซ้ำหลายครั้ง ต้องเจอการจราจรติดขัด อากาศร้อน ฝนตก และน้ำท่วมขัง รวมทั้งต้องออกปฏิบัติงานตามรอบเวลาที่ประชาชนพึ่งพาอยู่ทุกวัน
ดังนั้น การดูเพียงตัวเลขระยะทางสูงสุดที่ผู้ผลิตระบุไว้ในเอกสารย่อมไม่เพียงพอ
สิ่งที่ต้องพิสูจน์คือ รถสามารถทำงานภายใต้ “รูปแบบการใช้งานจริง” หรือ Duty Cycle ของกรุงเทพมหานครได้หรือไม่
.
2. หลังข้อสังเกตของ ป.ป.ช. ใครเข้ามามีส่วนร่วมบ้าง
หลังจากได้รับข้อสังเกตดังกล่าว กรุงเทพมหานครได้นำโครงการกลับมาทบทวนทั้งด้านเทคนิค การบริหารความเสี่ยง ความคุ้มค่า รายละเอียดการจัดซื้อจัดจ้าง และความพร้อมของระบบสนับสนุน
จากข้อมูลที่สำนักสิ่งแวดล้อมเปิดเผย มีการตั้งคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการเพื่อกำกับติดตามโครงการ พิจารณาผลการทดสอบ และตรวจสอบการดำเนินการตามข้อเสนอแนะของหน่วยงานตรวจสอบ
ที่สำคัญ กระบวนการไม่ได้มีเพียงกรุงเทพมหานครตรวจสอบตัวเอง
เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2568 มีการทำงานร่วมกับหน่วยงานระดับประเทศ 5 หน่วยงานหลัก ได้แก่
1. กระทรวงการคลัง
2. กระทรวงคมนาคม
3. กระทรวงพลังงาน
4. กระทรวงอุตสาหกรรม
5. สำนักงบประมาณ สำนักนายกรัฐมนตรี
นอกจากนี้ ในการติดตามโครงการยังมีผู้แทนจากสำนักการคลัง กรุงเทพมหานคร และสำนักงานกฎหมายและคดี กรุงเทพมหานคร เข้าร่วมในส่วนที่เกี่ยวข้องด้วย
หน่วยงานเหล่านี้เข้ามาพิจารณาคนละมิติ
กระทรวงคมนาคมเกี่ยวข้องกับมาตรฐานยานพาหนะ ความปลอดภัย และความเหมาะสมในการนำรถมาใช้งานจริง
กระทรวงพลังงานเกี่ยวข้องกับแบตเตอรี่ ความต้องการใช้ไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการชาร์จ
กระทรวงอุตสาหกรรมเกี่ยวข้องกับมาตรฐานอุตสาหกรรมและข้อกำหนดทางเทคนิค
กระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณเกี่ยวข้องกับความคุ้มค่า ภาระผูกพัน และกรอบการใช้จ่ายเงินของรัฐ
ส่วนหน่วยงานด้านการคลังและกฎหมายของกรุงเทพมหานครต้องพิจารณารูปแบบสัญญา การรับประกัน ค่าปรับ ความรับผิดของคู่สัญญา และความเสี่ยงตลอดอายุโครงการ
โครงการนี้จึงผ่านกระบวนการพิจารณาหลายชั้นกว่าที่หลายคนอาจเข้าใจ
แต่ผมขอย้ำว่า การผ่านกระบวนการหลายชั้นไม่ได้หมายความว่าโครงการจะต้องได้รับอนุมัติโดยอัตโนมัติ
สิ่งที่ควรเกิดขึ้นคือ เราต้องมีคำตอบชัดเจนว่า ข้อสังเกตใดได้รับการแก้ไขแล้ว ข้อใดยังไม่แล้วเสร็จ ผลการทดสอบใดผ่านเกณฑ์ และประเด็นใดยังมีความเสี่ยง
ถ้าวันนี้ข้อสรุปคือ “ยังไม่พร้อม” ก็ต้องระบุให้ได้ว่าอะไรยังไม่พร้อม ไม่ใช่กล่าวเพียงกว้างๆ แล้วจบ
.
3. โครงการขนาด 5 ตันเข้าสู่ “ข้อตกลงคุณธรรม”
โครงการเช่ารถเก็บขนมูลฝอยพลังงานไฟฟ้าแบบอัด ขนาด 5 ตัน เคยได้รับการคัดเลือกเข้าสู่ “ข้อตกลงคุณธรรม” หรือ Integrity Pact ประจำปีงบประมาณ 2568
กลไกนี้อยู่ภายใต้ระบบของกรมบัญชีกลาง และมีผู้สังเกตการณ์อิสระจำนวน 3 คนเข้าร่วมติดตามกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง
หน้าที่ของผู้สังเกตการณ์อิสระไม่ใช่การรับรองว่าโครงการถูกต้องทุกประการ แต่เป็นการติดตาม ตรวจสอบ และตั้งข้อสังเกต เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและลดความเสี่ยงในการจัดซื้อจัดจ้างโครงการขนาดใหญ่
นอกจากนี้ ยังมีการรายงานความคืบหน้าต่อคณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต หรือ ค.ป.ท. ในส่วนที่เกี่ยวข้องด้วย
มาตรการเหล่านี้เป็นสิ่งที่ควรมีอยู่แล้วสำหรับโครงการมูลค่าหลายพันล้านบาท
แต่การมีชื่อหน่วยงานตรวจสอบหรือผู้สังเกตการณ์อยู่ในโครงการเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ
ประชาชนควรได้ทราบว่า ผู้สังเกตการณ์ตั้งข้อสังเกตเรื่องใด กรุงเทพมหานครแก้ไขแล้วหรือไม่ TOR ก่อนและหลังการแก้ไขต่างกันอย่างไร และยังมีเงื่อนไขใดที่อาจจำกัดการแข่งขันหรือสร้างความเสี่ยงต่อโครงการ
การตรวจสอบจะมีความหมายก็ต่อเมื่อประชาชนได้เห็นทั้งข้อสังเกต การแก้ไข และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง
.
4. สถานีชาร์จ 3 แห่ง และความคืบหน้าที่เคยรายงานไว้ร้อยละ 80
หนึ่งในข้อกังวลสำคัญคือ รถขยะ EV จะสามารถปฏิบัติงานจริงได้หรือไม่ หากระบบชาร์จไม่เพียงพอหรือไม่สัมพันธ์กับรอบการเดินรถ
กรุงเทพมหานครจึงได้ประสานการไฟฟ้านครหลวง เพื่อเตรียมสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบ DC Fast Charge ในศูนย์กำจัดมูลฝอย 3 แห่ง ได้แก่
- ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช
- ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม
- ศูนย์กำจัดมูลฝอยสายไหม
เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 สำนักสิ่งแวดล้อมรายงานว่า การศึกษาของคณะอนุกรรมการกำกับติดตามโครงการมีความคืบหน้าประมาณร้อยละ 80
ในการประชุมติดตามครั้งดังกล่าว มีผู้แทนจากกระทรวงพลังงาน กระทรวงคมนาคม สำนักงบประมาณ สำนักการคลัง กรุงเทพมหานคร และสำนักงานกฎหมายและคดี กรุงเทพมหานคร เข้าร่วมด้วย
คำถามที่ต้องตอบในวันนี้คือ จากความคืบหน้าร้อยละ 80 ในเดือนกุมภาพันธ์ จนถึงการพิจารณางบประมาณในเดือนกันยายน ส่วนที่เหลือดำเนินการเสร็จแล้วหรือยัง และหากยังไม่เสร็จ เหลือประเด็นใดบ้าง
ระบบสามารถรองรับรถจำนวนมากที่กลับเข้าศูนย์ในช่วงเวลาใกล้เคียงกันได้หรือไม่
ชาร์จพร้อมกันได้กี่คัน
ใช้เวลาชาร์จเท่าใด
หากระบบไฟฟ้าหรือเครื่องชาร์จขัดข้อง มีแผนสำรองอย่างไร
และต้นทุนสถานีชาร์จกับการปรับปรุงระบบไฟฟ้ารวมอยู่ในวงเงินโครงการแล้วหรือเป็นงบประมาณอีกส่วนหนึ่ง
รถขยะ EV ไม่ได้มีเพียงตัวรถ แต่เป็นระบบที่ประกอบด้วยรถ แบตเตอรี่ สถานีชาร์จ โครงข่ายไฟฟ้า การบริหารเส้นทาง การบำรุงรักษา รถสำรอง และบุคลากร
หากส่วนใดส่วนหนึ่งไม่พร้อม รถที่จัดหามาก็อาจไม่สามารถให้บริการประชาชนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
.
5. งบปี 2570 จำนวน 3 โครงการ รวมวงเงินผูกพัน 6,038 ล้านบาท
ในการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 มีการเสนอรายการรถขยะ EV กลับเข้ามาในชั้นแปรญัตติ 3 โครงการ ได้แก่
โครงการที่ 1
เช่ารถเก็บขนมูลฝอยไฟฟ้าแบบอัด ขนาด 2 ตัน
วงเงินผูกพัน 1,595,577,060 บาท
โครงการที่ 2
เช่ารถไฟฟ้าเก็บขนมูลฝอยแบบยกภาชนะรองรับมูลฝอย
วงเงินผูกพัน 317,541,400 บาท
โครงการที่ 3
เช่ารถเก็บขนมูลฝอยไฟฟ้าแบบอัด ขนาด 5 ตัน
วงเงินผูกพัน 4,125,463,540 บาท
รวมวงเงินผูกพันทั้ง 3 โครงการ 6,038,582,000 บาท
ตัวเลข 6,038 ล้านบาทเป็น “วงเงินผูกพันรวมตลอดโครงการ” ไม่ได้หมายความว่ากรุงเทพมหานครจะจ่ายเงินทั้งหมดภายในปีงบประมาณ 2570 เพียงปีเดียว
แต่การเป็นงบผูกพันก็ยิ่งทำให้ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะเมื่อเริ่มทำสัญญาแล้ว กรุงเทพมหานครจะต้องรับภาระงบประมาณต่อเนื่องไปอีกหลายปี
ประชาชนจึงควรได้เห็นว่า สัญญาแต่ละโครงการมีระยะเวลากี่ปี มีรถกี่คัน ต้องจ่ายเงินปีละเท่าใด ค่าเช่าต่อคันต่อเดือนเท่าใด และวงเงินรวมค่าบำรุงรักษา แบตเตอรี่ รถสำรอง ประกันภัย สถานีชาร์จ และค่าปรับปรุงระบบไฟฟ้าแล้วหรือไม่
และหากผู้รับจ้างไม่สามารถให้บริการตามจำนวนที่กำหนด จะมีค่าปรับหรือมาตรการทดแทนอย่างไร
.
6. มี 6 เรื่องที่ TOR และผลการทดสอบต้องตอบให้ได้
คำถามไม่ใช่เพียงว่า “EV ดีหรือไม่ดี”
เราสามารถสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด พร้อมกับตรวจสอบ TOR ราคา สมรรถนะ และความคุ้มค่าอย่างเข้มข้นได้
สิ่งที่ต้องตอบให้ได้มีอย่างน้อย 6 เรื่อง
1) สมรรถนะในการทำงานจริง
ต้องเปิดเผยว่ารถแต่ละประเภทถูกทดสอบด้วยน้ำหนักบรรทุกเท่าใด วิ่งบนเส้นทางจริงหรือสนามทดสอบ หยุดและออกตัวกี่ครั้ง ใช้ระบบยกและบดอัดกี่รอบ ทำงานต่อเนื่องกี่ชั่วโมง และเมื่อจบรอบงานเหลือพลังงานในแบตเตอรี่เท่าใด
ควรมีการทดสอบภายใต้ภาระงานเต็มรูปแบบ หรือ Full-load Duty Cycle Test และเปิดเผยผลแยกตามรถแต่ละประเภท
ไม่ควรนำผลทดสอบของรถขนาดหนึ่งไปสรุปแทนรถทุกขนาด เพราะรถขนาด 2 ตัน รถแบบยกภาชนะ และรถอัดขนาด 5 ตัน มีภารกิจและรูปแบบการใช้พลังงานต่างกัน
2) แบตเตอรี่และการรับประกัน
สัญญาต้องกำหนดทั้ง Battery Warranty และค่า State of Health หรือระดับความสมบูรณ์ของแบตเตอรี่ตลอดระยะเวลาเช่า
หากความจุลดลงต่ำกว่าเกณฑ์ ผู้ให้เช่าต้องซ่อมหรือเปลี่ยนแบตเตอรี่โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และต้องรับผิดชอบหากรถไม่สามารถปฏิบัติงานได้ครบตามสมรรถนะที่กำหนด
เนื่องจากเป็นโครงการเช่า ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีไม่ควรถูกผลักให้กรุงเทพมหานครและประชาชนเป็นผู้รับภาระ
3) น้ำท่วมและความปลอดภัย
ต้องกำหนดให้ชัดว่า มอเตอร์ แบตเตอรี่ จุดเชื่อมต่อไฟฟ้า และระบบควบคุมผ่านมาตรฐานการป้องกันน้ำระดับใด
รถลุยน้ำได้ลึกเท่าใดและนานเท่าใด มีการทดสอบ Water Wading Test หรือไม่ และหากเกิดความเสียหายจากสภาพการปฏิบัติงานจริงในกรุงเทพมหานคร ใครเป็นผู้รับผิดชอบ
คำว่า “ได้มาตรฐาน” อย่างเดียวไม่พอ ต้องระบุชื่อมาตรฐาน วิธีทดสอบ และเกณฑ์ที่ต้องผ่านไว้ในสัญญา
4) ระบบชาร์จและโครงข่ายไฟฟ้า
ต้องตอบว่ารถกลับเข้าศูนย์ในช่วงเวลาใด ชาร์จพร้อมกันได้กี่คัน ใช้เวลากี่นาทีจึงพร้อมออกปฏิบัติงานรอบต่อไป และหากเครื่องชาร์จหรือระบบไฟฟ้าขัดข้องจะจัดการอย่างไร
ความพร้อมของรถต้องพิจารณาควบคู่กับกำลัง