Recap 2025  วางระบบให้เมืองเดินต่อ แม้วันหนึ่งจะไม่มีเรา  (ตั้งใจเขียนมากๆ เลยเสร็จช้านิดครับ)

Recap 2025 วางระบบให้เมืองเดินต่อ แม้วันหนึ่งจะไม่มีเรา (ตั้งใจเขียนมากๆ เลยเสร็จช้านิดครับ)

27/01/2026 22:51

 

ปีนี้ผมไม่ได้พยายามทำให้ตัวเองดูเด่นขึ้น
แต่พยายามทำให้การทำงาน วิธีคิด และระบบที่เกี่ยวข้องกับชีวิตคน
แข็งแรงขึ้นกว่าที่เคย

เพราะผมเชื่อว่า
เมืองที่ดี ไม่ควรต้องพึ่งคนคนเดียว
และไม่ควรสะดุดทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนตัวบุคคล

หลายคนอาจเห็นผมผ่านบทบาทหน้าที่ หรือการทำงานในสภา
แต่สิ่งที่อยากเล่าในโพสต์นี้ ไม่ได้มีแค่เรื่องงาน

มันคือเรื่องของกระบวนการคิด
การเรียนรู้
และการตัดสินใจภายใต้ความรับผิดชอบที่มากขึ้น

มุมมองต่อเมือง ต่อผู้คน ต่อประเทศ
รวมถึงสุขภาพ การใช้ชีวิต
และบทเรียนจากทั้งวันที่เดินหน้าได้ดี
และวันที่ต้องหยุดกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองอย่างจริงจัง

นี่คือ Recap หนึ่งปีของการทำงานและการเรียนรู้
ที่ผมอยากชวนทุกคนใช้เวลาอ่าน
เพราะผมเชื่อว่า
การพัฒนาเมืองและสังคม
ไม่ได้เกิดจากคำพูดสวยๆ
แต่เกิดจากการคิดให้รอบ และลงมือทำอย่างต่อเนื่อง

.

บทบาทที่เปลี่ยน ความรับผิดชอบที่มากขึ้น

ตลอดปีนี้
ผมทำหน้าที่จากการเป็น รองประธานสภากรุงเทพมหานคร
และขยับมารับบทบาท ประธานสภากรุงเทพมหานคร
ควบคู่กับหน้าที่ กรรมการบริหารพรรคการเมือง

ตำแหน่งเหล่านี้
ไม่ใช่เรื่องของภาพลักษณ์
แต่คือความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

ทุกคำพูด ทุกการตัดสินใจ
ไม่กระทบแค่ตัวเอง
แต่กระทบผู้คน ระบบ
และความเชื่อมั่นในระยะยาว

บางการตัดสินใจ
ไม่ใช่เรื่องที่เลือกง่าย
และไม่ใช่ทุกเรื่องจะมีคำตอบที่ถูกใจทุกฝ่าย
แต่สิ่งที่ผมยึดไว้เสมอคือ
ความถูกต้อง และผลลัพธ์ในระยะยาวของเมือง

.

งานประจำวัน กับชีวิตจริงของประชาชน

การทำงานของผมในปีนี้
แทบไม่มีคำว่า “วันทำงานปกติ”

ตั้งแต่วันจันทร์ถึงอาทิตย์
คือการทำงานดูแลพี่น้องประชาชน
ทั้งในสภา ในพื้นที่
และในรายละเอียดเล็กๆ ที่อาจไม่ค่อยถูกพูดถึง

ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน
เทคโนโลยี
การคมนาคม
การศึกษา
สาธารณสุข
สิ่งแวดล้อม
และคุณภาพชีวิตในชีวิตประจำวัน

หลายเรื่องไม่หวือหวา
หลายเรื่องไม่เห็นผลทันที
แต่ผมเชื่อว่า
ความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน
มาจากความสม่ำเสมอ และความต่อเนื่อง

.

วางฐานรากเชิงระบบ เพื่อให้เมืองเดินต่อได้จริง

การพัฒนาเมืองในปีนี้
สำหรับผมไม่ใช่แค่โครงการระยะสั้น
แต่คือการวางฐานรากเชิงระบบ
ให้การทำงานสามารถเดินต่อได้
แม้วันหนึ่งจะมีการเปลี่ยนตัวคน

เป้าหมายไม่ใช่การทำให้เมือง “ดีเพราะมีเรา”
แต่คือการสร้างกลไก
ที่เข้มแข็งพอจะทำงานได้ด้วยตัวมันเอง

โลกไม่ได้หมุนรอบตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
เรากำลังสร้างบางสิ่งที่ใหญ่กว่าตัวเรา
และควรจะอยู่ต่อไปได้อีกหลายสิบปี

เมื่อระบบเข้มแข็ง
ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น
กลไกต่างๆ ทำงานได้จริง
ผู้นำก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ตลอดไป

.

เมืองที่ดี ต้องทำให้คนใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นจริง

การออกแบบเมืองที่ดี
ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม
แต่คือการทำให้คน “ใช้ชีวิตได้จริง”

เราพยายามวางโครงสร้าง
ให้คนออกมาใช้พื้นที่สาธารณะได้มากขึ้น
เดินทางได้สะดวกขึ้น
และใช้ชีวิตได้ปลอดภัยขึ้น

ไม่ใช่แค่สำหรับคนทั่วไป
แต่รวมถึง
คนพิการ
ผู้สูงอายุ
และคนที่ใช้ชีวิตได้ไม่ง่ายเหมือนคนส่วนใหญ่

เมืองที่ดี
ไม่ควรบังคับให้ทุกคนต้องแข็งแรงเท่ากัน
แต่ควรถูกออกแบบ
ให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้

.

คุณภาพชีวิต คือการช่วยลดค่าครองชีพทางอ้อม

เราทุกคนรู้ดีว่า
ปัญหาเศรษฐกิจและค่าครองชีพ
ไม่ใช่ทุกเรื่องที่กรุงเทพมหานครจะแก้ได้โดยตรง

แต่ในทางอ้อม
เมืองสามารถช่วยบรรเทาภาระชีวิตของประชาชนได้
ผ่านสิ่งที่เป็น “สวัสดิการของเมือง”

ไม่ว่าจะเป็น
สวนสาธารณะและพื้นที่ออกกำลังกาย
ทางเดินที่ปลอดภัย
ระบบขนส่งมวลชนที่เข้าถึงง่าย
และระบบรถเชื่อมต่อ (Bus Feeder)
ที่ช่วยลดต้นทุนการเดินทางในชีวิตประจำวัน

เมื่อประชาชนเดินทางง่ายขึ้น
ออกกำลังกายใกล้บ้านได้
ใช้พื้นที่สาธารณะได้จริง
ต้นทุนชีวิตก็ลดลง
ในแบบที่จับต้องได้มากขึ้น

.

การเมือง การตรวจสอบ และการยืนอยู่บนหลักการ

ยิ่งบทบาทสูงขึ้น
แรงกดดัน การตรวจสอบ
และการวิพากษ์วิจารณ์ก็ยิ่งเข้มข้นขึ้น

ปีนี้เป็นปีที่ผมถูกตั้งคำถาม
ทั้งในเรื่องที่เป็นข้อเท็จจริง
และบางเรื่องที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง

ในฐานะบุคคลสาธารณะ
ผมพร้อมให้ประชาชนตรวจสอบและวิจารณ์
เพราะการตรวจสอบคือหัวใจของประชาธิปไตย

แต่สิ่งหนึ่งที่ผมยึดถือชัดเจนคือ
ความถูกต้อง
ซึ่งบางครั้งอาจต้องยืนหยัดอย่างมั่นคง
ท่ามกลางกระแสลมที่แรง

เรื่องที่เป็นข้อเท็จจริง
สามารถถกเถียงและพิสูจน์ได้ด้วยข้อมูล

.

การเรียนรู้ และมุมมองใหม่เรื่อง “ความมั่นคง”

อีกหนึ่งโอกาสสำคัญของปีนี้
คือการได้เข้าไปเป็นนักศึกษาอบรม
ในหลักสูตร มินิ วปอ. (วปอ.บอ. รุ่นที่ 2)
ของวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร

เป็นครั้งแรกที่ผมได้เรียนรู้เรื่อง “ความมั่นคง”
ในมุมที่กว้างกว่าที่เคยเข้าใจ

ความมั่นคงไม่ได้มีแค่เรื่องการสู้รบหรือสงคราม
แต่รวมถึง
ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
สังคม
พลังงาน
อาหาร
เทคโนโลยี
และคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว

สิ่งสำคัญไม่แพ้กัน
คือการได้พบกับเพื่อน พี่ๆ
และผู้นำจากหลากหลายภาคส่วน
ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานต่างๆ

สำหรับผม
นี่คือบทเรียนสำคัญว่า
เครือข่ายผู้นำที่แข็งแรง
หากนำไปใช้ในทางที่ถูกต้อง
สามารถขับเคลื่อนประเทศได้จริง

.

Mindset และการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง

ท่ามกลางงานที่หนักขึ้น
ผมให้ความสำคัญกับการพัฒนากระบวนการคิดของตัวเองมากขึ้น

ผมพยายาม
ฟังให้มากขึ้น
พูดให้น้อยลง
และลงมือทำให้มากกว่าที่เคย

ไม่รอให้ตัวเอง “พร้อม 100%”
เพราะหลายครั้ง
ถ้าเรารอจนพร้อม
โอกาสนั้นอาจไม่กลับมาอีก

ชนะบ้าง แพ้บ้าง ไม่ใช่ปัญหา
สิ่งสำคัญคือ
ต้องกลับมาทบทวนเสมอว่า
เรายังขาดอะไร
และต้องพัฒนาอะไรต่อ

.

สุขภาพ กีฬา และการลงทุนระยะยาวกับชีวิต

ปีนี้เป็นปีที่ผมให้ความสำคัญกับสุขภาพอย่างจริงจัง
ทั้งการกิน การออกกำลังกาย การพักผ่อน
และการใช้เทคโนโลยีอย่าง WHOOP
เพื่อเข้าใจร่างกายของตัวเองจากข้อมูลจริง

ไม่ใช่เพื่อแข่งกับใคร
แต่เพื่อดูแลตัวเอง
ให้พร้อมสำหรับการทำงานในระยะยาว

กีฬาเป็นอีกพื้นที่หนึ่งของการเรียนรู้
ทั้งวินัย ความอดทน และการทำงานเป็นทีม

ผมตั้งเป้าหมายส่วนตัวไว้ว่า
จะลงแข่ง Hyrox
เพื่อท้าทายขีดจำกัดของตัวเอง

และในมุมเล็กๆ ของชีวิต
ผมยังเป็นแฟนบอล Manchester United
ทีมที่สอนเรื่องความอดทนได้ดีมาก
ชนะบ้าง แพ้บ้าง
แต่ก็ยังเชียร์กันต่อไป

มันทำให้ผมเชื่อว่า
การฟื้นตัว
ไม่เคยเกิดขึ้นข้ามคืน
ทั้งกับทีมฟุตบอล
และกับเมือง

.

มองไปข้างหน้า

ปีนี้ไม่ได้ทำให้ผมเก่งขึ้นแบบก้าวกระโดด
แต่ทำให้ผม
คิดลึกขึ้น
รอบคอบขึ้น
และเชื่อมั่นกับการสร้างระบบ
มากกว่าสร้างตัวบุคคล

ผมยังเชื่อว่า
กรุงเทพฯ ไปได้ไกลกว่านี้
ถ้าเราคิดระยะยาว
สร้างระบบที่แข็งแรง
และออกแบบเมือง
ให้ประชาชนใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นจริง

ขอบคุณทุกคน
ที่ร่วมทำงาน
ร่วมตั้งคำถาม
และร่วมตรวจสอบมาตลอดปีที่ผ่านมา

งานยังไม่จบ
และผมยังตั้งใจทำหน้าที่นี้
ด้วยความรับผิดชอบเหมือนเดิมครับ

🙏